หุ้นนี้...
- แรงหนุนจากการทำงานทางไกล, ปัญญาประดิษฐ์ และความต้องการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ กำลังส่งเสริมให้หุ้นเทคโนโลยีชั้นนำบนคลาวด์ตัวนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว
- รายได้และการสมัครสมาชิกใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้บริษัทสามารถเอาชนะทั้งผลกำไรและรายได้ ได้ถึง 20 ครั้ง ติดต่อกัน
- ตลาด Identity Access Management (การจัดการการระบุตัวตน) กำลังเติบโต โดยคาดว่าจะมีขนาดตลาด 34.52 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตและผลกำไรเพิ่มเติม
- แม้จะประสบกับความท้าทายและการลดอันดับบางประการ แต่บริษัทนี้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยี การวิจัย และการขาย ส่งผลให้มีกำไรจากการดำเนินงานที่ดีรวมถึงกระแสเงินสดก็ดีขึ้น
ภาพรวมของธุรกิจ
Okta คือ แพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการและรักษาความปลอดภัยของตัวเองบนโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างสะดวก
Okta มุ่งเน้นการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ( Cybersecurity ) และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิงและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ระบบการจัดการการเข้าถึงข้อมูลแบบระบุตัวตน (Identity Access Management - IAM) และระบบสำหรับผู้บริโภค (Consumer IAM) เป็นเทคโนโลยีที่ครอบคลุมสำหรับการตรวจสอบยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ
ความจำเป็นและความต้องการในการควบคุมการระบุตัวตนนั้นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อการเติบโตและผลกำไรของ Okta
โดยในปี ค.ศ 2020 ขนาดตลาดเวิร์กโฟลว์ IAM ที่ปรับแต่งได้มีมูลค่า 12.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปีต่อมา เพิ่มขึ้นเป็น 13.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะแตะ 34.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2028 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 14.5% ในช่วงปี ค.ศ. 2021-2028 ตามข้อมูลจาก Fortune Business Insights
Okta คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมที่สามารถเข้าถึงได้มีสูงถึง 80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่า Okta จะเผชิญกับความท้าทายบางประการหลังจากการละเมิดความปลอดภัยของเครือข่ายที่นำไปสู่การปรับลดอันดับของนักวิเคราะห์หลายรายเมื่อปีที่แล้ว แต่การลงทุนในเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนาในแต่ละปีเกี่ยวกับโครงการ AI นั้น "คุ้มค่ากับความคาดหวัง" ตามคำกล่าวของ Todd McKinnon ซึ่งเป็น CEO ของบริษัท บอกว่าผลกำไรจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดของ OKTA ยังคงปรับตัวดีขึ้น และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 15% ในปีที่ผ่านมา
ประสิทธิภาพราคาหุ้นของ Okta ใน 1 ปี
ตลาดการจัดการระบุตัวตน (IAM) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ Okta ได้รับแรงสนับสนุนอย่างดี บริษัทฯลงทุนมหาศาลในฝ่ายขายและการวิจัยเพื่อดึงดูดลูกค้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะการขยายตลาดองค์กรและลูกค้ารายใหญ่
ทำไมต้องเลือกลงทุน?
Okta มุ่งเน้นไปที่ 2 กลุ่มลูกค้าหลัก คือ การนำเสนอโซลูชั่นระดับโลกสำหรับ "องค์กรขนาดเล็ก" และ "ขนาดกลาง"
บริษัทภูมิใจนำเสนอ Workforce Identity Cloud ที่ "สร้างมาเพื่อทุกคนในองค์กรของคุณ" ส่วน Customer Identity นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละรายบุคคล
ทีมผู้บริหารของ Okta มุ่งเน้นการลดต้นทุนควบคู่ไปกับเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับองค์กร (Enterprise) เพื่อดึงดูดลูกค้าขนาดใหญ่ซึ่งจะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว กระแสเงินสดระยะยาว
คุณ Todd McKinnon ซีอีโอของ Okta เน้นย้ำในไตรมาส 3 ว่า "ในช่วง 5 หรือ 6 ไตรมาสที่ผ่านมาท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจมหภาค Okta ประสบความสำเร็จมากขึ้นกับบริษัทขนาดใหญ่ ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วในวงการการบริหารจัดการข้อมูลประจำตัว (IAM) ดังนั้น Okta จึงลงทุนด้านการวิจัยและการขายเพื่อให้ได้ลูกค้ามากขึ้น ส่งผลให้รายได้เพิ่มและสถานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น"
ในขณะเดียวกันก็พัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และแสวงหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ Okta นำเสนอ SKUs (หน่วยเก็บสต็อกสินค้า) รวมถึงการทำงานร่วมกับเครือข่าย (Network integration) ที่หลากหลาย โดยอาศัยประโยชน์จากต้นทุนที่สูงในการเปลี่ยนมาให้บริการของ Okta โดยมุ่งเน้นที่ความต้องการแพลตฟอร์มไอทีที่มีประสิทธิภาพสูง และให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท
การเติบโต
อย่างที่ว่ากับความสำเร็จ 20 ไตรมาสติด โดยล่าสุดในไตรมาสที่ 3 บริษัททำกำไรต่อหุ้น (EPS) ได้ $0.44 เหนือกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ $0.15 นอกจากนี้ รายได้รวม $584 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็เติบโตจากปีก่อนถึง 21.4%
แม้ว่าสำนักวิเคราะห์ Mizuho จะปรับลดอันดับเครดิตหุ้นของ Okta ลง แต่นักวิเคราะห์จาก Wall Street จำนวน 36 รายได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์รายได้ขึ้นตลอดช่วง 90 วันที่ผ่านมา
ยอดการจองบริการล่วงหน้า (subscription backlog) ในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 8% และบริษัทเผยผลประกอบการ (non-GAAP) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นควบคู่กับการลดต้นทุน
ปัจจุบัน Okta ใกล้จะมีลูกค้าครบ 20,000 ราย โดยรายได้จากการสมัครรับบริการในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า อีกทั้งยังมีอัตราการรักษาลูกค้าเดิมไว้ได้ (net retention rate) อยู่ที่ 115% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขายผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติมให้ลูกค้าเดิม (upselling และ cross-selling) ด้วยเหตุนี้ Okta คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของบริษัทระหว่างปีงบประมาณ 2021 ถึง 2024 จะอยู่ที่ระดับ 39%
ยอดขายที่แข็งแกร่ง $584 ล้านเหรียญสหรัฐของ Okta เกิดจากการดึงดูดกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ขึ้น โดยปัจจุบันมีลูกค้า 4,365 รายที่มีรายจ่ายต่อปีเกิน $100,000
นอกเหนือจากตัวเร่งที่มาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความต้องการด้านการจัดการข้อมูลที่ต้องการความสามารถที่มากขึ้น บริษัท Okta นั้นตอบโจทย์ได้ดี เน้นกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นและมีแนวโน้มผูกพันสูงจะเป็นลูกค้ากันยาวๆ สิ่งนี้จะสร้างโอกาสอย่างมหาศาลให้บริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Okta สามารถขยายธุรกิจได้ในตลาดโลก
การประเมินมูลค่าหุ้น
จากระบบการจัดอันดับ SA Quant Ratings ระบุว่าหุ้น Okta ซื้อขายกันในราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน โดยระบบให้อันดับการประเมินมูลค่ารวมที่ระดับ C- และมีอัตราส่วน PEG ล่วงหน้า (forward PEG ratio) ที่ 1.99 เท่า เมื่อเทียบกับค่ากลางของอุตสาหกรรมที่ 2.05 เท่า ซึ่งบ่งชี้ว่าหุ้นมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย อัตราส่วน PEG (อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อการเติบโต) ของ Okta ช่วยในการพิจารณาความคุ้มค่าระหว่างราคาหุ้น กำไรต่อหุ้น (EPS) และการเติบโตที่คาดหวังของบริษัท
อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีล่วงหน้า (forward Price/Book) ของ Okta ที่มีส่วนต่างที่ 41% จากค่ากลางอุตสาหกรรม บ่งบอกว่า ณ จุดเริ่มต้นการลงทุนนี้อาจสร้างผลตอบแทนสูงกว่าความเสี่ยง
ความเสี่ยง
การแข่งขันเป็นปัจจัยสำคัญ เราเป็นบริษัทขนาดเล็กเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์การบริหารจัดการรุบุตัวตน (IAM) เช่นกัน อย่างเช่น Microsoft (MSFT), Oracle (ORCL) และ IBM (IBM) อาจทำให้พวกเขามีโอกาสครองส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่า
นอกจากนี้ ในปี 2021 Okta ได้เข้าซื้อกิจการ Auth0 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการการยืนยันตัวตนอิสระ เพื่อหวังเร่งการเติบโตของ Okta ในตลาดระบบยืนยันตัวตน แต่อย่างไรก็ตาม มีข่าวสารออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเกี่ยวกับการควบรวม Auth0 และด้วยมูลค่าซื้อขายเกือบ 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ การซื้อกิจการนี้อาจส่งผลเสียต่อมูลค่าของบริษัทหากมีความท้าทายเกิดขึ้น
ดังที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ การละเมิดความปลอดภัยของ Okta ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับลดอันดับหุ้น เมื่อไม่นานมานี้บริษัท Jefferies ได้ปรับลดอันดับหุ้นลง ประกอบกับแผนการลดพนักงาน 400 คนของ Okta ยิ่งอาจสร้างความเชื่อมั่นในแง่ลบต่อหุ้น ถึงกระนั้น การลดจำนวนพนักงานลงเกือบ 7% อาจเป็นประโยชน์ต่ออนาคตและการปรับโครงสร้างของ Okta โดยราคาหุ้นของ Okta ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่มีการประกาศลดคน